คุณเบื่อไหม กับการที่เว็บคุณ ยังไม่ได้เผยแพร่เสียที

คุณเบื่อไหม กับการที่อัพโหลดเว็บ ขึ้นโฮสจริงแล้วปัญหาเยอะ

คุณเบื่อไหม กับการที่ไม่มีใครมาตอบปัญหาคุณ เพราะคุณถามซ้ำ

วันนี้ เราขอเสนอ
การอัพโหลดขึ้นเซิฟเวอร์จริง !!!- สวัสดีค่ะจอร์ช
- ดีครับ ซาร่า
- เจอคุณวันนี้ ฉันก็พอรู้แล้วล่ะค่ะ ว่าคุณจะมีอะไรมาฝากเราอีก
- แน่นอนครับ ซาร่า คุณแสนรู้จริงๆ วันนี้ ผมมีวิธีการ อัพโหลดเว็บขึ้นโฮสจริง มาฝากครับ
- จริงหรอคะจอร์ช ว้าวววว เยี่ยมเลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าพักนี้ มีคนถามมาเยอะมากๆ เลยค่ะ เกี่ยวกับการอัพโหลดเว็บขึ้นโฮสจริง
- เอาล่ะครับ วันนี้ เราจะมาทำการจำลองเซิฟเวอร์ ด้วย Appserv นะครับ ขอเริ่มตั้งแต่ คุณสร้างเว็บใน localhost เสร็จเรียบร้อยเลยก็แล้วกัน

- โอ้ววว เว็บช่างดูเรียบง่าย สบายตาเหลือเกิน สวยมากค่ะ
- ใช่ครับ แต่สิ่งนี้ยังไม่ใช่ที่ผมจะนำเสนอ เพราะเมื่อคุณทำการสร้างเว็บจากเครื่องตัวเองเสร็จแล้ว ให้คุณทำการ export ไฟล์ SQL ออกมาครับ โดยไปที่ phpMyAdmin

- ทำการเลือกฐานข้อมูลของตัวเอง และเลือกตารางทั้งหมด จากนั้น ให้เลือก ส่งออก หรือ export จากเมนูด้านบน

- แล้วต่อมา คุณก็จะเห็นหน้าตาแบบนี้ ให้คุณเลือกตัวเลือก เหมือนในกรอบสีแดงทั้ง 3 แล้วคลิก ลงมือ หรือ OK

- แล้วคุณก็ตั้งชื่อไฟล์ซะ ไฟล์ที่คุณได้ จะมีนามสกุลเป็น .SQL แล้วให้คุณเปิดไฟล์นั้นขึ้นมา เพื่อทำการเปลี่ยน path สำหรับอัพโหลดขึ้นเซิฟเวอร์จริง โดยเมื่อคุณได้ทำการอัพเดทเว็บในเครื่องคุณนั้น path ที่คุณได้ จะมีลักษณะเป็น localhost หรือ 127.0.0.1 ซึ่งตรงนี้ เราจะต้องทำการแก้ไข ให้เป็นที่อยู่จริง บนเว็บจริง โดยทำการเปิดไฟล์ขึ้นมา แล้วให้ค้นหา และแทนที่ นั่งคือ คำสั่งfind+replace นั่นเอง หรือจะกดปุ่ม ctrl+h ก็ได้นะ ทำการค้นหา
http://localhost และแทนที่ด้วย
http://www........com ลงไปแทน

- เห็นไหม ซาร่า คุณจะเห็นว่า แม้แต่แมมบอท บางตัว ก็ยังถูกอ้างอิงไปยัง localhost เลย นั่นเป็นสิ่งที่ผิด หากคุณอัพโหลดขึ้นโฮสจริงไปแล้ว จะทำให้เกิด error ได้นะ
- (ทำตาแบ๊ว)
- ซาร่า คุณเป็นไรครับ ไม่คิดจะพูดบ้างหรอ
- อ่อ ดิฉัน กำลังตั้งใจฟังคุณอยู่ค่ะ ต่อเลยค่ะจอร์ช
- เมื่อคุณทำการแก้ไข path เรียบร้อยแล้ว ต่อไป คุณก็ทำการติดตั้ง mambo บนโฮสจริงเลย ติดตั้งในที่นี้ หมายความว่า ให้คุณเริ่มติดตั้งใหม่ทั้งหมด แบบเริ่มต้นเลย
- ทำไมล่ะคะจอร์ช เราไม่ต้องใช้ฐานข้อมูลของเราหรอคะ
- ใช้น่ะ ใช้แน่ครับ แต่ที่ต้องให้ติดตั้งใหม่ทั้งหมด เพราะเราจะเริ่มจากศูนย์ ให้เห็นทีละขั้นตอนครับ
- เมื่อคุณติดตั้งไฟล์ของ mambo ทั้งหมด เรียบร้อยแล้ว ต่อไป ก็ให้คุณเริ่มติดตั้ง คอมโพเน้น โมดูล และแมมบอทอื่นๆ ลงไป
ให้เหมือนกับที่คุณได้ติดตั้งใน localhost และไม่ต้องไปเปลี่ยนการตั้งค่าอะไรนะ อ้อ อย่าลืม template ของคุณด้วยล่ะ ให้คุณนำโฟลเดอร์ชื่อเทมเพลทของคุณ นำไปไว้ในโฟลเดอร์ templates ของโฮสจริงได้เลย
- ต่อมา ให้คุณทำการตรวจสอบไฟล์ configuration.php ว่ามีการตั้งค่าของชื่อฐานข้อมูล, ตาราง, ชื่อผู้ใช้, และรหัสผ่าน ถูกต้องหรือไม่ ให้คุณดูให้แน่ใจนะครับ เพราะโฮสติ้งบางราย เมื่อเราสร้างฐานข้อมูลแล้ว ชื่อฐานข้อมูลจะไม่เหมือนเดิม อาจจะมี prefix มาเพิ่มด้านหน้าด้วย
- เมื่อคุณอัพโหลด ติดตั้ง mambo , component, mambot , modules ทั้งหมด เรียบร้อยแล้ว ต่อไป ให้คุณ ทำการ import ฐานข้อมูลของคุณ โดยผ่าน phpMyAdmin

- ให้คุณไปเลือกที่ฐานข้อมูล ซึ่งการติดตั้ง mambo ปกติแล้ว จะมีอยู่ 35 ตาราง แต่เมื่อคุณมีการติดตั้งคอมโพเน้น โมดูล หรือแมมบอทลงไป อาจมีการสร้างตารางเพิ่มขึ้นมา
- ให้คุณเลือกที่ SQL หรือ บางเวอร์ชั่น อาจมีคำว่า import มาแทน
- จากนั้น ก็ให้คุณ browse หาไฟล์ sql ในเครื่องของคุณ ที่ได้ export ออกมา แล้วได้แก้ไข find+replace ไปตั้งแต่ทีแรกนั่นแหล่ะ

- นำไฟล์นั้น มา import เพื่ออัพโหลดขึ้นโฮสจริง
- จากนั้น การตั้งค่าทุกอย่างของคุณ ทั้งแมมบอท คอมโพเน้น โมดูล และเทมเพลท ก็จะถูกตั้งค่าเหมือนกับที่คุณทำบนเครื่องตัวเองเลย
- เอ๊ะ ฉันงงค่ะ จอร์ช หลักการมันทำงานยังไงคะ
- ครับ ซาร่า หลักการของผมมันมีแบบนี้ คือ ผมจะทำการติดตั้ง และลงทุกอย่าง ใน localhost ก่อน ให้พร้อมทุกอย่าง แล้วทำการ export ไฟล์ SQL ออกมา และแก้ไข path ให้เป็นที่อยู่เว็บจริง
- จากนั้น ก็ติดตั้ง mambo บนโฮสจริง รวมถึง คอมโพเน้น โมดูล และแมมบอท เพื่อให้ส่วนประกอบต่างๆ เหล่านั้น มีอยู่จริง เนื่องจาก ไฟล์ SQL ที่เราได้ export ออกมา จะมีรายการของส่วนประกอบดังกล่าวติดมาด้วย หากเราไม่ทำการติดตั้งส่วนประกอบต่าง ๆ ลงโฮสจริงก่อน และทำ SQL อัพโหลดขึ้นไป อาจมีการ error ได้ เพราะ ฐานข้อมูลบ่งบอกว่า มีส่วนประกอบนี้อยู่ แต่ดั๊น หาไฟล์นั้นไม่เจอ จึงต้องทำการติดตั้งส่วนประกอบต่างๆ ก่อน เพื่อให้มีไฟล์เหล่านั้นอยู่จริง เพื่อให้ SQL อ้างอิงได้
- และคุณก็ไม่ต้องกลัวว่า การตั้งค่าคอมโพเน้นต่างๆ นั้น จะไม่เหมือนเดิม มันจะเหมือนเดิมแน่ๆ เพราะมันเป็นการนำฐานข้อมูลจากที่คุณได้ทำในเครื่อง ไป import ไว้บนโฮสจริง นั่นเอง
- คุณอย่าลืมทำการ CHMOD ไฟล์ และโฟลเดอร์ บางอัน ให้สามารถเขียนทับได้ด้วยล่ะ แนะนำว่า ไฟล์ .php ทุกไฟล์ที่ root นั้น ปกติจะไม่มีการเขียนทับอยู่แล้ว ให้คุณ set permission เป็น 444 ไปได้เลย เว้นแต่ ไฟล์ configuration.php ที่คุณจะแก้ไขภายหลัง หรือโฟลเดอร์ images ที่คุณจะมีการอัพโหลดรูปภาพ ก็ให้ set เป็น 777 ก็ได้
- เพียงเท่านี้ ก็หมดปัญหาเรื่องการอัพโหลดขึ้น server จริงแล้วล่ะครับ เพราะวิธีนี้ ผมทำมาจนเอียนแล้ว
- งั้น คุณไปอาเจียนก่อนดีไหมคะจอร์ช
- ครับ ผมว่า ก็ดีเหมือนกัน
- งั้น เราลาท่านผู้ชมกันเลยนะคะ บาย..
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
- เดี๋ยวครับ ซาร่า คุณลืมอะไรไปไหม
- โอ้ว ขอโทษค่ะ จอร์ช
-
โอ้ววว พระเจ้าจอร์ช มันยอดมาก เลยค๊า 
- บายครับ ซาร่า และท่านผู้ชม..........